Get Smart Insurance Broker
ปรึกษาฟรี

ทุนประกันสูง ควรซื้อตรงกับบริษัทประกัน หรือผ่านโบรคเกอร์ดีกว่ากัน?

สำหรับทรัพย์สินที่มีทุนประกันภัยสูง (โดยทั่วไปตั้งแต่หลักร้อยล้านบาทขึ้นไป) การซื้อผ่านโบรคเกอร์ประกันภัยมักให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการซื้อตรงกับบริษัทประกัน เพียงรายเดียว เพราะทุนประกันระดับนี้ต้องอาศัยการเข้าถึงตลาดรับประกันภัยหลายราย การจัดโครงสร้างกรมธรรม์ที่ซับซ้อน และอำนาจต่อรองที่ผู้ซื้อรายเดียวมักไม่มี — ที่สำคัญคือไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มสำหรับผู้ซื้อเลย

ภาพอาคารและทรัพย์สินมูลค่าสูง ประกอบบทความทุนประกันสูง

ทำไมทุนประกันสูงถึงซื้อตรงกับบริษัทเดียวได้ยาก

เมื่อทุนประกันภัยของทรัพย์สินสูงหลักร้อยล้านถึงพันล้านบาท บริษัทประกันภัยรายเดียวมักรับความเสี่ยงทั้งหมดไว้เองไม่ได้ เพราะมีข้อจำกัดด้านความสามารถในการรับประกันภัย (Underwriting Capacity) และนโยบายบริหารความเสี่ยงของแต่ละบริษัท จึงต้องกระจายความเสี่ยงผ่านการทำ co-insurance ร่วมกับบริษัทอื่น หรือส่งต่อความเสี่ยงบางส่วนไปยังบริษัทประกันภัยต่อ (Reinsurance) ในต่างประเทศ

ลองนึกภาพ: ทรัพย์สินมูลค่า 2,000 ล้านบาท ไม่มีบริษัทประกันเจ้าไหนอยากแบกความเสี่ยงทั้งก้อนไว้คนเดียว ต้องแบ่งกันรับหลายเจ้า คล้ายธนาคารที่ไม่ปล่อยกู้ก้อนใหญ่คนเดียว แต่รวมกลุ่มกับธนาคารอื่นปล่อยกู้ร่วมกัน

ซื้อตรงกับบริษัทเดียว พลาดอะไรไปบ้าง

หากติดต่อบริษัทประกันภัยเพียงรายเดียวโดยตรง มักมีข้อจำกัดด้านการรับประกัน หรือต้องใช้ระยะเวลานานในการรอให้บริษัทนั้น ๆ หาพันธมิตรมาเพิ่มความสามารถในการรับประกันเพียงรายเดียว ซึ่งต้องใช้ระยะเวลานาน และมักได้รับการเสนอราคาและเงื่อนไขจากมุมมองของบริษัทนั้นเพียงบริษัทเดียว ไม่มีการเปรียบเทียบกับตลาดในวงกว้าง ซึ่งอาจพลาดโอกาสได้เงื่อนไขที่ดีกว่า หรือเบี้ยประกันภัยที่แข่งขันได้มากกว่า

โบรคเกอร์ช่วยอะไรได้บ้าง

โบรคเกอร์ประกันภัยที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายทำหน้าที่เป็นตัวแทนของผู้เอาประกันภัย ไม่ใช่ตัวแทนของบริษัทประกันภัย จึงมีหน้าที่ตามกฎหมายในการหาเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์สูงสุดให้ลูกค้า โดยเฉพาะกรณีทุนประกันสูง โบรคเกอร์ช่วยได้ตรงจุดในด้านต่างๆ ดังนี้:

  • สำรวจตลาดและเปรียบเทียบใบเสนอราคา (Market Placement) — จากบริษัทประกันภัยหลายราย เพื่อให้ได้เบี้ยและเงื่อนไขที่แข่งขันได้ที่สุด
  • จัดโครงสร้างกรมธรรม์ — แบบ co-insurance หรือแบบ layer ที่เหมาะสมกับขนาดความเสี่ยง และติดต่อหาประกันภัยร่วมแทนผู้ซื้อ ผู้ซื้อไม่ต้องเสียเวลาในการติดต่อบริษัทประกันหลาย ๆ บริษัทเอง
  • ตรวจสอบเงื่อนไขกรมธรรม์อย่างละเอียด — ข้อยกเว้น ค่าเสียหายส่วนแรก และความคุ้มครองภัยพิบัติที่อาจถูกซ่อนอยู่ในตัวอักษรเล็กๆ
  • ดูแลกระบวนการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน — เมื่อเกิดความเสียหายจริง ซึ่งมักซับซ้อนที่สุดสำหรับทุนประกันสูง

มายาคติที่พบบ่อย: ซื้อผ่านโบรคเกอร์แพงกว่าไหม?

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือคิดว่าซื้อผ่านโบรคเกอร์จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากซื้อตรง แต่ในทางปฏิบัติ ค่าตอบแทนของโบรคเกอร์ (Brokerage Commission) เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างเบี้ยประกันภัย ที่บริษัทประกันภัยกำหนดไว้อยู่แล้ว ไม่ว่าลูกค้าจะซื้อผ่านช่องทางใด

พูดง่ายๆ คือ ถ้าซื้อตรงกับบริษัทประกัน ผู้ซื้อจะไม่ได้ส่วนลดในสัดส่วนค่าคอมมิชชั่นนั้นคืนมาโดยอัตโนมัติ แต่ถ้าซื้อผ่านโบรคเกอร์ ผู้ซื้อจะได้บริการเปรียบเทียบตลาด จัดโครงสร้างกรมธรรม์ และช่วยเหลือด้านสินไหมทดแทน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มจากที่ควรจะเป็น

ซื้อตรงกับบริษัทประกัน
เห็นแค่มุมมองบริษัทเดียว ไม่มีใครเปรียบเทียบตลาดให้
ต้องจัดการเจรจาและเคลมเองทั้งหมด

ซื้อผ่านโบรคเกอร์
เปรียบเทียบตลาดกว้าง จัดโครงสร้างกรมธรรม์ให้เหมาะกับ
ความเสี่ยง ช่วยดูแลตั้งแต่ต่อรองจนถึงเคลม โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

แล้วเมื่อไหร่ที่ซื้อตรงยังเหมาะอยู่

ในบางกรณี เช่น ทรัพย์สินที่มีทุนประกันภัยไม่สูงมากและความเสี่ยงไม่ซับซ้อน หรือผู้ซื้อมีทีมบริหารความเสี่ยงภายในองค์กรที่เชี่ยวชาญและมีอำนาจต่อรองกับบริษัทประกันโดยตรงอยู่แล้ว การซื้อตรงอาจสะดวกกว่า แต่สำหรับอาคารชุด นิติบุคคลอาคารชุด หรือทรัพย์สินขนาดใหญ่ที่ทุนประกันสูงและมีความเสี่ยงซับซ้อน (เช่น แผ่นดินไหว น้ำท่วม หรือความรับผิดต่อบุคคลภายนอก) การมีโบรคเกอร์เป็นที่ปรึกษามักคุ้มค่ากว่าในระยะยาว

คำถามที่พบบ่อย

ซื้อประกันภัยผ่านโบรคเกอร์มีค่าใช้จ่ายเพิ่มไหม?
ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ค่าตอบแทนของโบรคเกอร์เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างเบี้ยประกันภัยที่บริษัทประกันกำหนดไว้อยู่แล้วไม่ว่าจะซื้อผ่านช่องทางใด หากซื้อตรงกับบริษัทประกัน ผู้ซื้อจะไม่ได้ส่วนลดในสัดส่วนค่าคอมมิชชั่นนั้นคืนมาโดยอัตโนมัติ แต่จะไม่ได้บริการเปรียบเทียบตลาดและช่วยเหลือด้านสินไหมที่โบรคเกอร์ให้ฟรี

โบรคเกอร์ประกันภัยต่างจากตัวแทนบริษัทประกันอย่างไร?
โบรคเกอร์ที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายทำหน้าที่เป็นตัวแทนของผู้เอาประกันภัย ไม่ใช่ตัวแทนของบริษัทประกัน จึงมีหน้าที่หาเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์สูงสุดให้ลูกค้าจากตลาดกว้าง ขณะที่ตัวแทนบริษัทประกันเสนอได้เฉพาะผลิตภัณฑ์ของบริษัทตนเองเท่านั้น

ทุนประกันเท่าไหร่ถึงควรใช้บริการโบรคเกอร์?
โดยทั่วไปทรัพย์สินที่มีทุนประกันตั้งแต่หลักร้อยล้านบาทขึ้นไปมักได้ประโยชน์ชัดเจนจากการใช้โบรคเกอร์ เพราะต้องอาศัยการเข้าถึงตลาดหลายราย การจัดโครงสร้างกรมธรรม์แบบ co-insurance หรือ layer และอำนาจต่อรองที่ผู้ซื้อรายเดียวมักไม่มี

สรุปสั้นๆ

  • ทุนประกันสูง (หลักร้อยล้านขึ้นไป) = ซื้อผ่านโบรคเกอร์มักคุ้มค่ากว่า
  • ค่าคอมมิชชั่นอยู่ในเบี้ยอยู่แล้วไม่ว่าซื้อทางไหน — ผ่านโบรคเกอร์ไม่ได้แพงกว่า
  • ซื้อตรงเหมาะกับความเสี่ยงไม่ซับซ้อน หรือมีทีมบริหารความเสี่ยงในองค์กรเองแล้ว
  • โบรคเกอร์คือตัวแทนของผู้ซื้อ ไม่ใช่ตัวแทนบริษัทประกัน

ให้ทีมงานของเราช่วยประเมินทุนประกันของท่าน
หากทรัพย์สินหรืออาคารของท่านมีทุนประกันภัยสูงและกำลังพิจารณาว่าจะซื้อตรงหรือผ่านโบรคเกอร์ ทีมงานของเรายินดีจัดทำการเปรียบเทียบตลาดประกันภัยให้เห็นความแตกต่างของเงื่อนไขและเบี้ยประกันจากหลายบริษัทโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ปรึกษาความเสี่ยงของคุณ - ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย