Get Smart Insurance Broker
ปรึกษาฟรี

ทุนประกันภัยแผ่นดินไหวอาคารชุด: เต็มทุนอาคาร หรือจำกัดความรับผิด แบบใดเหมาะสมกว่า?

สำหรับอาคารชุดมูลค่าสูง การซื้อความคุ้มครองแผ่นดินไหวและน้ำท่วมแบบ "จำกัดความรับผิด" (Limit of Liability) ซึ่งคำนวณจากความเสียหายสูงสุด ที่มีโอกาสเกิดขึ้นจริง (PML) มักคุ้มค่ากว่าการซื้อเต็มทุนอาคาร เพราะเบี้ยประกันภัยถูกกว่ามาก ในขณะที่ความคุ้มครองยังเพียงพอกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจริง
ทั้งนี้ การตัดสินใจที่ถูกต้องควรอาศัยข้อมูลวิศวกรรมโครงสร้างและการประเมินความเสี่ยงของอาคารประกอบด้วย

ภาพอาคารชุดริมเมือง ประกอบบทความทุนประกันภัยแผ่นดินไหวอาคารชุด

เหตุการณ์แผ่นดินไหว 28 มีนาคม 2568: จุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรมประกันภัย

วันที่ 28 มีนาคม 2568 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.7 ศูนย์กลางใกล้เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา แรงสั่นสะเทือนมาถึงกรุงเทพฯ แม้จะอยู่ไกลกว่า 1,000 กิโลเมตร แต่รุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี อาคาร สตง. ที่กำลังก่อสร้างพังถล่มทั้งหลัง อาคารสูงหลายแห่งในกรุงเทพฯ รวมถึงอาคารชุดพักอาศัยเกิดความเสียหายเชิงโครงสร้าง จนต้องอพยพผู้อยู่อาศัยและปิดตรวจสอบอาคารเป็นเวลานาน

เหตุการณ์นี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของธุรกิจประกันภัยไทย มูลค่าความเสียหายที่คาดว่าจะเคลมได้สูงกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ บริษัทประกันภัยจึงเริ่มทบทวนเงื่อนไขกรมธรรม์อัคคีภัยและภัยพิบัติสำหรับอาคารสูงทั้งระบบ โดยเฉพาะการปรับเพิ่มค่าเสียหายส่วนแรก ที่ลูกบ้านต้องรับผิดชอบเองเป็นร้อยละ 20-30 ของความเสียหาย

พูดง่ายๆ คือ กรมธรรม์เดิมที่แนบความคุ้มครองภัยธรรมชาติวงเงินเล็กๆ ตามมาตรฐานเก่า อาจไม่พอใช้แล้วสำหรับอาคารสูงในวันนี้

กรมธรรม์ 2 แบบที่นิติบุคคลอาคารชุดควรรู้จัก

แบบที่ 1: เต็มทุนประกันภัย (Full Sum Insured)
ซื้อความคุ้มครองเท่ากับมูลค่าสร้างอาคารใหม่ทั้งหมด เช่น อาคารมูลค่า 1,000 ล้านบาท ก็ซื้อคุ้มครองเต็ม 1,000 ล้านบาท

ข้อดี อุ่นใจที่สุด ถ้าอาคารพังทั้งหลัง ได้เงินสร้างใหม่ครบ ไม่ต้องเก็บเงินเพิ่มจากลูกบ้าน

ข้อเสีย เบี้ยแพงมาก เพราะโอกาสตึกพังทั้งหลังต่ำมาก ความเสียหายจริงส่วนใหญ่เป็นแค่บางส่วน กลายเป็นภาระค่าส่วนกลางทุกปีโดยไม่จำเป็น

แบบที่ 2: จำกัดความรับผิด อ้างอิงจาก PML
ให้วิศวกรประเมินก่อนว่า "ถ้าแผ่นดินไหวเกิดขึ้นจริงในพื้นที่นี้ อาคารนี้จะเสียหายมากสุดกี่เปอร์เซ็นต์" แล้วซื้อความคุ้มครองแค่เท่าที่ประเมินไว้ ไม่ต้องซื้อเต็มมูลค่าอาคาร

ตัวอย่าง: อาคารมูลค่า 1,000 ล้านบาท ถ้าประเมินแล้วเสียหายสูงสุดจริงๆ ราว 15-20% ก็ซื้อคุ้มครองแค่ 150-200 ล้านบาทพอ เบี้ยลดลงมาก แต่ยังคุ้มครองความเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดขึ้นจริงครบถ้วน

อะไรบ้างที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ

ไม่มีคำตอบเดียวที่ใช้ได้กับทุกอาคาร ขึ้นอยู่กับ:

  • อาคารสร้างปีไหน — สร้างหลังปี 2550 ตามมาตรฐานต้านแผ่นดินไหวใหม่ มักมีความเสี่ยงต่ำกว่า
  • ทำเลที่ตั้ง — พื้นที่เสี่ยงภัยธรรมชาติมากน้อยต่างกัน
  • กองทุนสำรองของนิติบุคคล — มีพอรองรับความเสียหายเล็กๆ น้อยๆ เองไหม
  • เงื่อนไขธนาคาร — บางสัญญากำหนดทุนประกันขั้นต่ำไว้

ทำไมไม่ควรตัดสินใจเอง

ตัวเลข PML ที่แม่นยำต้องให้วิศวกรดูแบบก่อสร้างจริง วิเคราะห์ความเสี่ยงของพื้นที่นั้นจริง ไม่ใช่เรื่องที่ประเมินเองได้ โบรกเกอร์ประกันภัยที่มีประสบการณ์ด้านนี้ช่วยได้ตรงจุด ทั้งประเมินความเสี่ยงและทำรายงานเปรียบเทียบเบื้องต้นให้กรรมการนิติบุคคลถือไปเสนอที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วมได้เลย

คำถามที่พบบ่อย

ทุนประกันภัยแผ่นดินไหวอาคารชุด ควรซื้อเต็มทุนอาคารหรือจำกัดความรับผิด?
อาคารชุดมูลค่าสูงส่วนใหญ่คุ้มค่ากว่าถ้าซื้อความคุ้มครองแบบจำกัดความรับผิด (Limit of Liability) ที่คำนวณจาก PML เพราะเบี้ยประกันภัยถูกกว่ามาก ในขณะที่ความคุ้มครองยังเพียงพอกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจริง แต่ควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินก่อนตัดสินใจ เพราะแต่ละอาคารมีความเสี่ยงต่างกัน

PML (Probable Maximum Loss) คืออะไร?
PML คือการประเมินทางวิศวกรรมว่า หากเกิดแผ่นดินไหวหรือน้ำท่วมในระดับความรุนแรงที่มีโอกาสเกิดขึ้นตามสถิติของพื้นที่นั้น ความเสียหายสูงสุดที่อาคารจะได้รับตามความเป็นจริงคือเท่าใด ซึ่งมักต่ำกว่ามูลค่าอาคารทั้งหมดอย่างมาก

ปัจจัยอะไรบ้างที่มีผลต่อการเลือกซื้อประกันภัยแผ่นดินไหวอาคารชุด?
ปัจจัยหลักคืออายุและมาตรฐานการออกแบบโครงสร้างอาคาร ทำเลที่ตั้งและระดับความเสี่ยงภัยธรรมชาติของพื้นที่ ฐานะกองทุนสำรองของนิติบุคคล และเงื่อนไขสินเชื่อของสถาบันการเงินที่อาจกำหนดทุนประกันขั้นต่ำไว้

สรุปสั้นๆ

  • เต็มทุนอาคาร = อุ่นใจสูงสุด แต่เบี้ยแพงเกินความเสี่ยงจริง
  • จำกัดความรับผิด (PML) = จ่ายตามความเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดจริง เบี้ยถูกลงมาก
  • ไม่มีคำตอบตายตัว — ขึ้นกับอายุอาคาร ทำเล และฐานะกองทุนสำรอง
  • ต้องมีวิศวกรและโบรกเกอร์ช่วยประเมิน ไม่ควรตัดสินใจเอง

ไม่แน่ใจว่าอาคารของคุณควรเลือกแบบไหน?
ให้ทีม Get Smart ช่วยประเมินความเสี่ยงและทำรายงานเปรียบเทียบ พร้อมนำเสนอในที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วมได้ทันที

ปรึกษาความเสี่ยงของคุณ - ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

ไม่มีค่าใช้จ่ายในการปรึกษาเบื้องต้น ไม่มีข้อผูกมัด